ทอท.แจงถี่ยิบประมูลรถเข็น-อาหารแพง

ทอท.แจงดูแลราคาอาหารและเครื่องดื่มในสนามบินมีหลายทางเลือกแก่ผู้ใช้บริการและจะเร่งติดป้ายประชาสัมพันธ์จุดอาหารราคาถูก ยืนยันทำสัญญาเช่ารถเข็นกระเป๋าผู้โดยสารเพิ่มเติมเลือกรายที่ราคาต่ำสุด 14,850-25,500 บาทต่อคัน
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า จากกระแสวิจารณ์ราคาอาหารและ

เครื่องดื่มในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) มีราคาสูงผิดปกติ มีผู้ออกมาวิจารณ์ว่าบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลไม่รักษากฎระเบียบตามสัญญา มีการเก็บเงินเพิ่มจากผู้ประกอบการรายย่อยเป็นค่าสิทธิในการประกอบกิจการเพิ่ม ตั้งแต่ 25-100 ล้านบาท จึงทำให้อาหารและเครื่องดื่มภายใน ทสภ.และ ทดม.มีราคาสูงกว่าต่างประเทศหลายเท่าตัว และการทำสัญญาเช่ารถเข็นกระเป๋าผู้โดยสารเพิ่มเติม ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ว่าเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่แพงกว่าความเป็นจริงหรือไม่ นั้น ทอท.ขอชี้แจงประเด็นต่างๆ ดังนี้

1. ประเด็นบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูล ในอดีตที่ผ่านมา ได้เคยมีองค์กรภายนอกเข้ามาตรวจสอบการดำเนินกิจการของเอกชนที่ได้รับสิทธิประกอบกิจการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายในท่าอากาศยานหลายหน่วยงานแล้ว ยังไม่เคยปรากฏหลักฐานตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด

2. ประเด็นที่รักษาการผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้กล่าวถึงการกำหนดราคาสินค้าโดยเทียบเคียงในราคาที่ไม่สูงกว่าห้างสรรพสินค้าชั้นนำประมาณร้อยละ 20 – 25 แต่มีรายการอาหาร เครื่องดื่มบางประเภทสูงกว่าราคาดังกล่าว รวมทั้งการที่แนะนำให้มีการจำหน่ายน้ำดื่มในราคา 10 บาท แต่ปรากฏว่าได้มีการวางจำหน่ายชั่วคราวและนำน้ำแร่เข้ามาจำหน่ายแทน ทอท.ขอชี้แจงว่า ทอท.ได้เคยมีการประชุมหารือร่วมกับคณะของผู้ตรวจการแผ่นดิน
ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2559 และได้ปฏิบัติตามคำแนะนำแล้ว อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารและเครื่องดื่มมีหลายประเภท เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการ และมีน้ำดื่มราคาไม่เกิน 10 บาทให้ผู้โดยสารเลือกใช้บริการตลอดเส้นทางร้านค้าที่เดินผ่าน อีกทั้งยังมีน้ำดื่มฟรีไว้ให้บริการผู้โดยสารด้วย ซึ่งจากที่ นายไพรินท์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
มีข้อเสนอแนะทาง ทอท.พร้อมปฏิบัติตาม ทั้งเรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการควบคุมและกำกับการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาและปรับปรุงการให้บริการให้ดีขึ้น รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่มีราคาถูก รวมทั้งจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน
3.กรณีที่รายงานว่า ทอท.ทำสัญญาเช่ารถเข็นกระเป๋าผู้โดยสารเพิ่มเติมภายใน ทสภ. จำนวน 1,000 คัน ระยะเวลา 7 ปี มูลค่า 879 ล้านบาท นั้น เป็นเรื่องคลาดเคลื่อน โดย ทอท.ประมาณการค่าใช้จ่ายตามสัญญาจ้างนี้ รถเข็นกระเป๋าขนาดเล็กมีมูลค่า 14,850 บาทต่อคัน
และรถเข็นกระเป๋าขนาดกลางมีมูลค่า 25,500.- บาทต่อคัน ซึ่งเป็นราคาต่ำที่สุดตามใบเสนอราคา นอกจากนี้ จำนวนรถเข็นกระเป๋าที่ ทอท. จัดประมูลเพื่อให้บริการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ.มีจำนวน 10,817 คัน รถลากจูงไฟฟ้าอีกจำนวน 16 คัน

“การคำนวณราคาตามที่ปรากฏในข่าวนั้น เป็นการคำนวณที่ไม่ครบถ้วนตามข้อเท็จจริง มูลค่างานจ้างให้บริการรถเข็นกระเป๋าเป็นการจ้างเหมาบริการแบบเบ็ดเสร็จ ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหลักหลายด้าน เช่น ค่ารถเข็นกระเป๋าและอุปกรณ์หัวลากไฟฟ้า ค่าจ้างแรงงาน ค่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ค่าซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่มูลค่าการซื้อหรือเช่ารถเข็นกระเป๋าอย่างเดียวตามที่ปรากฏในข่าว และเมื่อสิ้นสุดสัญญารถเข็นกระเป๋าและรถลากจูงไฟฟ้า พร้อมด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จะตกเป็นทรัพย์สินของ ทอท.” นายนิตินัยกล่าว-

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สำนักข่าวไทย